
สิ่งที่คุณจะรู้จากบทความนี้ (อ่านประมาณ 4 นาที)
- ทำไม การที่หมอไม่ทำโปรแกรมที่เราอยากทำ ถึงเป็นเรื่องดี
- 3 เคสจริง ที่เราปฎิเสธโปรแกรมที่ลูกค้าต้องการทำ
- Family Standard หลักการตัดสินใจที่ทำให้เรากล้าปฏิเสธ
- วิธีเช็คว่าคลินิกที่คุณเลือกคิดถึงผลลัพธ์ระยะยาวของคุณจริงๆ
เขียนโดย นพ.สุชัจจ์ ติงรัตนสุวรรณ (Dr. Bank) และ พญ.ปริณธร นาคดี (Dr. Chacha)
Tinidee Clinic จุฬาซอย 6 ใกล้ MRT สามย่าน กรุงเทพฯ
ในธุรกิจคลินิกความงาม แรงกดดันด้านรายได้ทำให้แพทย์หลายคนทำตามที่คนไข้ขอ แม้รู้ดีว่าไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด คลินิกที่ดีไม่ใช่คลินิกที่ทำทุกอย่างที่ลูกค้าขอ แต่คือคลินิกที่กล้าบอกความจริงแม้จะหมายถึงการเสียรายได้วันนั้น
3 เคสที่เราปฏิเสธ เพื่อคนไข้
เคสที่ 1 เลือกโปรแกรมที่ไม่เหมาะกับปัญหาของตัวเอง

🚫 กรณี : คนไข้นอนดึก มีปัญหาภูมิแพ้ อยากทำฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อแก้ใต้ตาดำ โดยที่หมอประเมินแล้วไม่พบการยุบตัวของกระดูกหรือโครงสร้างชั้นลึกที่ใต้ตาเลย
⚠️ เหตุผล : ฟิลเลอร์แก้ได้เฉพาะกรณีที่มีการยุบ มีหลุม มีเงาของร่อง ถ้าคนไข้ไม่ได้ขาดวอลลุ่ม การเติมฟิลเลอร์จะไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีเลย เพราะฟิลเลอร์ไม่ได้แก้ปัญหาความดำโดยตรง การฝืนเติมอาจทำให้ใต้ตาดูบวม เป็นก้อน และแย่กว่าเดิม
✅ ที่ถูกต้อง : เมื่อเป็นปัญหาของความคล้ำ การแก้ที่ถูกต้องคือแก้ที่สาเหตุ นอนให้เร็วขึ้น รักษาภูมิแพ้ให้หายขาด ทาครีมบำรุงที่เหมาะสม ก่อนจะพิจารณาหัตถการใดๆ
กรณีที่ 2 ความเข้าใจผิดจากโซเชียล สู่การเลือกโปรแกรมที่ผิดประเภท

🚫 กรณี : คนไข้มีกระดูกและโครงสร้างชั้นลึกทรุดตัว เส้นเอ็นพยุงหน้าหย่อนลง หน้าดูคล้อย แต่คนไข้อยากทำ ‘คอลลาเจนสด‘ เพราะเห็นใน TikTok ว่าฟิลเลอร์น่ากลัว ทำให้หน้าล้น หย่อนคล้อยและแก่เร็ว
⚠️ เหตุผล : ข้อมูลในโซเชียลเกิน 80% เป็นข้อมูลที่ถูกบิดเบือนหรือบอกต่อโดยไม่มีความรู้จริง คอลลาเจนสดเป็นสายงานผิว ไม่ใช่โครงสร้างชั้นลึก จะไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงต่อเนื้อเยื่อชั้นลึกที่ต้องการการเติมเต็มด้วยสารที่มีความแข็งแรงสูง
ฟิลเลอร์ เป็นหัตถการที่ต้องใช้งานฝีมือในระดับสูง ทั้งเทคนิค ความแม่นยำ และการประเมินโครงหน้าของคนไข้ ซึ่งอาศัยประสบการณ์ของแพทย์อย่างมาก ซึ่งถ้าหากทำอย่างถูกต้องจะได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ล้นแบบที่เห็นกันในโซเชียล
✅ ที่ถูกต้อง : เมื่อเป็นปัญหาโครงสร้างชั้นลึก หมอต้องตรวจร่างกายเพื่อหาจุดที่ฝ่อทรุดตัว แล้วทำการแก้ไขโครงสร้างให้กลับมาเต็มพอดี ไม่ล้นไม่ขาด จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
กรณีที่ 3 ขอผลลัพธ์ที่เป็นไปไม่ได้

🚫 กรณี : คนไข้นำภาพ ref ของดาราหรือคนอื่นมา แล้วขอทำโปรแกรมให้ได้หน้าแบบในรูปนั้น
⚠️ เหตุผล : โครงหน้าและปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย ถึงทำโปรแกรมเดียวกัน อาจได้ผลต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น เคสแก้มใหญ่ เห็นคนหน้าเล็กทำเครื่องยกกระชับแล้วกรอบหน้าคม เลยอยากทำบ้าง แต่ถึงทำก็จะได้ผลลัพธ์ไม่เท่ากัน เพราะโครงสร้างพื้นฐานต่างกัน
✅ ที่ถูกต้อง : อธิบายจุดแข็งของโครงหน้าคนไข้เอง และออกแบบแผนที่ดึงศักยภาพที่มีอยู่ออกมา โดยยังอิงอยู่บนหลักความเป็นจริงและเป็นผลลัพธ์ที่สามารถทำให้ได้จริงๆ

Family Standard หลักการที่ทำให้เรากล้าที่จะบอกคนไข้ตรงๆ
จากประสบการณ์กว่า 30,000 เคส ตลอด 10 ปีในวงการแพทย์ความงาม เราพบว่ามากกว่า 1 ใน 3 ของผู้เข้าปรึกษาครั้งแรก ได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนแนวทางหรือรอก่อน ตัวเลขนี้ไม่ใช่ความล้มเหลว มันคือหลักฐานว่าเราทำงานตามบนหลักการที่ควรจะเป็น
Family Standard อะไรที่หมอไม่มั่นใจว่าจะทำกับตัวเองหรือครอบครัว เราจะไม่ทำกับคนไข้
มีคนไข้คนหนึ่งกลับมาหาผมหลายเดือนหลังจากที่รักษากับเราไปเธอไม่ได้มาทำอะไรเพิ่มแต่เธอมาพาแม่มาให้ผมประเมินนั่นคือmoment ที่ผมรู้ว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องไม่ใช่เพราะเธอสวยขึ้นแต่เพราะเธอไว้ใจเราพอจะพาคนที่รักมาทำด้วย”นพ.สุชัจจ์ ติงรัตนสุวรรณ (Dr. Bank) Tinidee Clinic
Quiet Beauty — ทำหน้ามาแล้วดูดีขึ้น ดูสดใส ดูสุขภาพดี แต่ไม่มีใครรู้ว่าทำอะไรมา นี่คือผลลัพธ์ที่เกิดจากการที่หมอ 'กล้าปฏิเสธ' สิ่งที่ไม่ควรทำ มากกว่าการ 'กล้าทำ' ทุกอย่างที่ถูกขอ
คำถามที่พบบ่อย
ไม่จำเป็น การปฏิเสธมักหมายถึงมีวิธีที่เหมาะกว่า หรือปัญหานั้นไม่สามารถรักษาในระดับที่คนไข้คาดหวังได้ หมอจะอธิบายเหตุผล และแนะนำทางเลือกเสมอ ไม่ใช่ปฏิเสธแล้วจบ
คุณมีสิทธิ์เลือกเสมอ แต่ขอให้ฟังเหตุผลก่อน
หมอจะอธิบายได้ชัดว่าทำไม ถ้าเหตุผลสมเหตุสมผล ให้คิดทบทวนก่อนตัดสินใจต่อ
3S Face Renovate Consultation
ปรึกษาหมอที่กล้าบอกความจริง แม้จะต้องปฎิเสธสิ่งที่คุณอยากทำ
หมอแบงค์ (นพ.สุชัจจ์ ติงรัตนสุวรรณ) | หมอชาช่า (พญ.ปริณธร นาคดี)
Tinidee Clinic สยามสแควร์วัน กรุงเทพฯ
โทร 065-195-4969 | LINE: @tinideeclinic